หลังจากที่ Intel ประกาศจะลดราคาซีพียูตระกูล Quad Core Q6600 ลงเหลือแค่ 6,000 กว่าบาทในช่วงเดือน สิงหาคม นี้…AMD ก็ไม่ยอมน้อยหน้าครับ ประกาศลดราคาลงมาบ้างแล้วเช่นกัน และทำราคาได้ถูกกว่า Intel ซะด้วย…โดยซีพียูในรุ่น Phenom X4 9600 จะลดเหลือ €99 เท่านั้น (ประมาณ 5,1xx บาท) ซึ่งนับว่าเป็นซีพียู Quad Core ที่ถูกที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ครับ

Credit : @ ARip.co.th

ถ้าพูดถึงการชมหนัง HD หรือ High Definition คงเป็นเรื่องยากพอสมควรที่จะดูผ่านโน้ตบุ๊กได้ แต่เดี๋ยวนี้ได้มีผู้ผลิตโน้ตบุ๊กหลายยี่ห้อ เริ่มพัฒนาโน้ตบุ๊กของตัวเองให้ตอบสนองความต้องการตรงจุดนี้ได้ เอเซอร์ก็เป็นหนึ่งผู้ผลิตโน้ตบุ๊กชั้นนำของโลกได้เปิดตัว Acer Aspire Gemstone Blue และมาพร้อมกับ Blu-ray Drive เป็นเครื่องแรกด้วย ตามมาดูกันเลยว่า จะเจ๋งสักแค่ไหน

ดีไซน์หรูหรา โดดเด่นเกินใคร

หากพูดถึงการออกแบบแล้ว Acer Aspire Gemstone Blue ยังคงคอนเซปต์ของ Gemstone อยู่เหมือนเดิม แต่ได้เพิ่มเติมความล้ำสมัยด้วย “Holographic 3D Finished” ประกายน้ำเงินดำ ฝาปิดมีแบบ “Starlit Backlight” ทำให้โลโก้ดูเด่นมีมิติ หากเปิดเครื่อง โลโก้ Acer ที่อยู่ตรงฝาด้านหน้าของเครื่องจะเรืองแสงขึ้นมา ทางด้านข้างซ้ายของคีย์บอร์ดนั้นเป็นแผงควบคุมการทำงานมัลตีมีเดียทุกอย่างของโน้ตบุ๊ก หรือที่เรียกว่า CineDash media console ซึ่งเป็นระบบสัมผัส ใช้งานง่ายและด้วยหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ถึง 16 นิ้ว ซึ่งเป็นหน้าจอแบบ High-Brightness CineCrystal? Full High Definition ที่ความละเอียดสูงถึง 1920 x 1080 พิกเซล รวมทั้งเทคโนโลยีการแสดงผลภาพล่าสุดด้วย 16:9 Aspect Ratio ผนวกกับ Acer CineCrystal Realism ช่วยปรับแสงและสีของภาพให้เหมาะสมจริงเมื่ออยู่ในสภาพสว่างหรือมืด

กล้องเว็บแคม Crystal Eye

ซับวูฟเฟอร์ Tuba ที่อยู่ตรงข้อพับหน้าจอ

CineDash media console ที่อยู่ด้านข้างของคีย์บอร์ด

Blu-Ray ไดรฟ์ พร้อมพอร์ตใช้งานต่างๆ ทางด้านข้างของเครื่อง

Starlit Backlight ทำให้โลโก้ดูเด่นมีมิติ

ประสิทธิภาพแรงเกินคาด

Acer Aspire Gemstone Blue มาพร้อมด้วยสปีดความแรงของระบบประมวลผลจาก Intel Core 2 Duo Processor T9300 ที่มีความเร็วระดับ 2.5 กิกะเฮิร์ต ความจุฮาร์ดดิสก์มากถึง 320 กิกะไบต์ RAM 4 กิกะไบต์ การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce 9500M GS with up to 1280MB และที่สำคัญระบบเสียง Dolby Home Theater with Acer Tuba CineBass booster ที่เป็น True5.1 surround sound สนับสนุนภาพยนตร์แบบ High Definition

นอกจากนี้ยังติดตั้ง TurboCache ไดรฟ์อ่าน Blu-Ray ที่ถือว่า เป็นโน้ตบุ๊กรุ่นแรกที่ติดตั้งไดรฟ์ Blu-Ray เลยก็ว่าได้ พร้อมแลนไร้สาย Intel Wireless WiFi Link 4965AGN นอกจากนี้ยังติดตั้งกล้อง Acer CrystalEye WebCam ในตัวเครื่อง

Editor Recommend

สำหรับโน้ตบุ๊กจากเอเซอร์รุ่นนี้ ถือว่า ออกแบบมาได้สวยงามเลยทีเดียว ในเรื่องของความแรงของตัวเครื่องถือว่า สอบผ่าน สามารถเล่นเกม ดูหนังฟังเพลง อีกทั้งยังมีระบบเสียงที่ค่อนข้างดีอีกด้วย และที่สำคัญมีไดร์ฟ Blu-Ray มาให้ใช้งานกัน แต่คงต้องคิดหนักหน่อยนะครับ เพราะว่า ราคาของหนัง และแผ่น Blu-Ray ยังแพงอยู่ คงอีกสักพักใหญ่ๆ นะครับกว่าราคาจะถูกลงเหมือนแผ่นดีวีดีทั่วไป
แต่ด้วยความสามารถที่เต็มเปี่ยมอย่างนี้ ตัวเครื่องเลยมีขนาดใหญ่ ไม่เหมาะในการพกพาไปนอกสถานที่สักเท่าไร แต่ถ้าหากต้องการนำไปพรีเซนงานลูกค้าก็น่าจะโอเคนะครับ

สอบถามรายละเอียด และราคาจัดจำหน่ายเพิ่มเติมได้ที่

เอเซอร์ คอลล์ เซ็นเตอร์

โทรศัพท์ : 0-2685-4311

www.acer.co.th

Credit : @ ARip.co.th

พัฒนากันไปอีกขั้นกับฮาร์ดดิสก์แบบ SSD (Solid State Drive) ที่ตอนนี้ได้ลดขนาดให้เล็กลงเหลือเท่าแฟลตไดร์ฟกันไปบ้างแล้วเพื่อที่จะได้นำไปแทนฮาร์ดดิสก์แบบจานแม่เหล็กเดิมโดยไม่เสียพื้นที่ในการติดตั้งฮาร์ดดิสก์ลูกใหญ่ๆ ไปนั่นเอง ซึ่งการลดขนาดให้เล็กลงแถมยังมีความจุมาเพียง 8 GB นั้นเข้าใจว่าเพื่อที่จะให้ฮาร์ดดิสก์แบบนี้ใช้เพียงติดตั้ง OS เท่านั้นเอง (อาจจะได้แต่เฉพาะ Windows XP) เนื่องจาก SSD มีอัตราในการรับ-ส่งข้อมูลที่ดีกว่าฮาร์ดดิสก์แบบจานแม่เหล็ก ซึ่งผลที่ได้คือเราจะได้ความรวดเร็วในการเปิดใช้งานโปรแกรมใหญ่ๆ หรือใช้เวลาในการเขียน-อ่านข้อมูลที่สั้นลงนั่นเองครับ.

ขนาดเล็กพอๆ กับหัวแม่มือ

ที่ญี่ปุ่นเขาขายเป็นชุดแบบนี้ครับ มีสายจ่ายไฟแถมมาให้ด้วย

เมื่อเสียบกับเมนบอร์ดในคอมพิวเตอร์แล้วจะเป็นแบบนี้

อนาคตผมว่าเมนบอร์ดหรือ PC อาจจะมีฮาร์ดดิสก์แบบนี้ฝังมาในตัวเลยก็เป็นได้เพื่อที่จะใช้ติดตั้ง OS เพียงอย่างเดียว และพอตอนติดตั้งซอฟแวร์ก็ย้ายไปฮาร์ดดิสก์แบบอื่นๆ ที่ใหญ่กว่าแทนแบบนี้เป็นต้น

Credit : @ ARip.co.th

การพัฒนาระบบ Multi-Touch Screen ยังไม่จบลงเพียงการลูบๆ คลำๆ บนหน้าจอแบบราบแบนเท่านั้นนะครับเมื่อทีมพัฒนาและวิจัยของ Microsoft ได้โชว์นวตกรรมใหม่ในการแสดงผล และระบบการควบคุมการทำงานบนจอภาพทรงกลม ซึ่งให้การแสดงผลได้ 360 องศา และประยุคไปใช้งานได้หลากหลายรูปแบบมากกว่าจอภาพแบบราบแบนมาก…ลองชมคลิปนี้ดูครับ

Credit : @ ARip.co.th

สถิติโลกใหม่ ที่ได้จากการทดสอบระบบเซิร์ฟเวอร์ 2P และ 4P ด้วย SPECweb 2005 พิสูจน์ให้เห็นสมรรถนะของแพลตฟอร์ม AMD ที่เหนือกว่าในธุรกิจเว็บไซต์

กรุงเทพฯ – 30 กรกฎาคม 2551 จากความสามารถในการรับมือกับดีมานด์ที่เพิ่มและหนักขึ้นอยู่ตลอดเวลาบนธุรกิจเว็บไซต์ในปัจจุบัน เอเอ็มดี (NYSE: AMD) เปิดเผยว่า โปรเซสเซอร์ Quad-Core AMD Opteron™ โมเดล 2356 และโปรเซสเซอร์ Quad-Core AMD Opteron โมเดล 8356 คือโปรเซสเซอร์ที่ทำคะแนนได้สูงสุดจากการทดสอบสมรรถนะด้านเว็บไซต์ด้วย SPECweb®2005 บนเว็บเซิร์ฟเวอร์ทั้ง 2P และ 4P นอกจากนี้ยังพิสูจน์ให้เห็นด้วยว่าโปรเซสเซอร์ Quad-Core AMD Opteron คือแพลตฟอร์มในฝันของธุรกิจกลุ่มเว็บไซต์ สำหรับการรับมือกับโหลดงานที่เพิ่มขึ้น การดึงสมรรถนะสูงสุดจากเซิร์ฟเวอร์ การลดปริมาณการใช้พลังงาน และการพัฒนาโครงสร้างเว็บไซต์เจเนอเรชั่นใหม่ “Web 2.0”

“ธุรกิจเว็บไซต์จะเกี่ยวข้องกับการให้บริการรับฝากเว็บไซต์ หรือการให้บริการฟังก์ชั่นสำคัญๆ สำหรับองค์กร เช่น การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM - Customer Relation Management) บนระบบอินทราเน็ต ซึ่งงานในลักษณะนี้เกือบทั้งหมดต้องการสมรรถนะสูงสุดจากระบบคอมพิวเตอร์ รวมถึงความยืดหยุ่นของระบบ เพื่อรับมือกับทราฟฟิกข้อมูลจำนวนมหาศาลที่เกิดขึ้นในแต่ละวินาที ขณะที่ต้องสร้างความสมดุลระหว่างค่าใช้จ่ายและปริมาณการใช้พลังงานไปพร้อมกันด้วย” แพทริค แพทลา (Patrick Patla) ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจเซิร์ฟเวอร์และเวิร์คสเตชั่น บริษัทเอเอ็มดี กล่าวและว่า “ผลการทดสอบที่ออกมาทำให้เราเห็นได้อย่างชัดเจนถึงความคุ้มค่าที่ได้รับจากโปรเซสเซอร์ Quad-Core AMD Opteron โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ตและดาต้าเซ็นเตอร์ที่ต้องการสมรรถนะ, ความน่าเชื่อถือ และประสิทธิภาพสูงสุดในการจัดการพลังงาน

สมรรถนะด้านเว็บไซต์ที่ได้รับการพิสูจน์ออกมาในครั้งนี้ เป็นการยืนยันความคิดที่ว่า ต่อไปนี้ธุรกิจทั่วโลกไม่จำเป็นต้องลงทุนในฮาร์ดแวร์เป็นเทคโนโลยีของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง (Proprietary) ที่ใหญ่และแพงอีกต่อไป โปรเซสเซอร์ Quad-Core AMD ช่วยให้บริษัททั่วโลกสามารถขยายดาต้าเซ็นเตอร์ได้สะดวกและง่ายกว่า ด้วยเซิร์ฟเวอร์ที่เพียบพร้อมทั้งสมรรถนะและประสิทธิภาพสำหรับลักษณะงานที่หลากหลายในองค์กรธุรกิจ ณ ระดับราคามาตรฐาน

ด้วยสถาปัตยกรรม Direct Connect Architecture บริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับเว็บไซต์ระดับโลก เช่น บริษัท ดอม คอมมูนิเคชั่นส์ (DAUM Communications), บริษัท แร็คสเปซ (Rackspace) และ บริษัท สตราโต้ (Strato) คือผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากแพลตฟอร์ม Quad-Core AMD Opteron ในดาต้าเซ็นเตอร์ของพวกเขา

HP ProLiant DL385 G5 ที่เป็นเซิร์ฟเวอร์แบบ 2P ทำคะแนนได้ 30,007 ทั้งนี้ HP ProLiant DL385 G5 รันด้วยโปรเซสเซอร์ AMD Opteron โมเดล 2356 ความเร็ว 2.3 GHz จำนวน 2 ตัว ขณะที่แพลตฟอร์ม 4P Quad-Core AMD Opteron ทำคะแนนได้ 43,854 หรือสมรรถนะสูงขึ้น 2.5% เทียบกับสถิติเดิม ทั้งนี้แพลตฟอร์ม 4P ที่ใช้ทดสอบเป็นเซิร์ฟเวอร์รุ่น HP ProLiant DL585 G5 รันด้วยโปรเซสเซอร์ Quad-Core AMD Opteron โมเดล 8356 จำนวน 4 ตัว แต่ละตัวรันที่ความเร็ว 2.3 GHz และใช้พลังงานเฉลี่ย 75 วัตต์ (Average CPU Power, ACP)

ยิ่งกว่านั้น บนแพลตฟอร์ม 4P ยังได้ทดสอบการใช้งาน 10 Gigabit Ethernet (10GigE) เป็นครั้งแรกอีกด้วย ซึ่งผลปรากฏว่า โปรเซสเซอร์ Quad-Core AMD Opteron สามารถรองรับความต้องการของบริษัทที่ทำธุรกิจด้านเว็บไซต์และเทคโนโลยีใหม่ได้อย่างไม่มีปัญหา

“ลูกค้าและผู้ที่ทำงานด้านคอมพิวเตอร์ทั่วโลกต้องการระบบฮาร์ดแวร์ที่เชื่อถือได้ อีกทั้งสมรรถนะที่พร้อมสำหรับแอพพลิเคชั่นที่หลากหลายในการดำเนินธุรกิจรูปแบบต่างๆ” จอห์น โกรมาลา (John Gromala) ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ผลิตภัณฑ์ ProLiant กลุ่มผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์มาตรฐานอุตสาหกรรม บริษัทเอชพี กล่าวและว่า “สถิติใหม่ที่ได้จากการทดสอบ HP ProLiant DL 585 G5 และ Quad-Core AMD Opteron แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะและความน่าเชื่อถือของโซลูชั่นนี้ สำหรับการทำงานภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีปริมาณทราฟฟิกสูงๆ”

SPECweb® 2005 เป็นเครื่องมือทดสอบความสามารถของระบบคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เป็นเว็บเซิร์ฟเวอร์ โดยการจำลองรีเควสต์ของผู้ใช้สำหรับเว็บทรานแซ็กชั่นมาตรฐาน เช่น งานธุรกรรมด้านการเงิน, งานธุรกรรมด้านอีคอมเมิร์ซ และการดาวน์โหลดคอนเทนต์รูปแบบต่างๆ

เกี่ยวกับ AMD
เอเอ็มดี (NYSE: AMD) คือผู้นำนวัตกรรมการประมวลผลในตลาดคอมพิวเตอร์, กราฟฟิก และสินค้าคอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์ เอเอ็มดีมุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรม นำเสนอทางเลือก และกระตุ้นการเติบโตของอุตสาหกรรมด้วยโซลูชั่นที่มุ่งตอบสนองทุกๆความต้องการของผู้ใช้เทคโนโลยี และช่วยเพิ่มอำนาจให้กับผู้บริโภคทั่วไปไปจนถึงองค์กรธุรกิจทั่วโลก ข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.amd.com
¹http://www.spec.org/osg/web2005/results/res2008q2/web2005-20080409-00107.html
²http://www.spec.org/osg/web2005/results/res2008q3/web2005-20080618-00112.html

Credit : @ ARip.co.th

นายประเสริฐ จรูญไพศาล ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจเพอร์ซันนัล ซิสเต็มส์ บริษัท ฮิวเลตต์-แพ็คการ์ด (ประเทศไทย) หรือเอชพี เผยว่า แผนการทำตลาดจอแสดงผลของแอลซีดี ไวด์สกรีน ที่มาพร้อมกับจำนวนสีมากถึง 1,000 ล้านเฉดสี รุ่นใหม่ของเอชพี จะมีราคาต่ำกว่าคู่แข่งอื่นในตลาด 25% โดยจำหน่ายในราคา 9.3 หมื่นบาท

ทั้งนี้ จอภาพแอลซีดี ไวด์สกรีน เอชพี ดรีมคัลเลอร์ แอลพี2480 แซดเอ็กซ์ ดังกล่าว ถือเป็นผลงานความร่วมมือทางด้านเทคโนโลยีครั้งแรกระหว่างเอชพีกับบริษัท ดรีมเวิร์ค แอนิเมชั่น สำหรับเจาะกลุ่มนักพัฒนาเกม การตัดต่อภาพยนตร์ วิดีโอ การออกแบบผลิตภัณฑ์ รวมถึงงานกราฟฟิกประเภทต่างๆ ที่ต้องการประมวลผลที่แม่นยำและความคมชัด

“จอมอนิเตอร์แอลซีดีระดับราคาขนาดนี้ ในเมืองไทยมีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 20-30% ต่อปี แม้ว่าสัดส่วนตลาดจะมีเพียงประมาณ 1% ของตลาดพีซี โดยรวมปีนี้ที่คาดว่าจะมีประมาณ 1 ล้านเครื่อง” นายประเสริฐ กล่าว

นอกจากนี้ จากแนวโน้มของผู้ซื้อคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (พีซี) รุ่นใหม่มีมากกว่า 95% นิยมจอมอนิเตอร์แอลซีดี ขณะที่จอภาพแบบเก่า หรือซีอาร์ที จะมีเหลืออยู่ในตลาดน้อยมาก และเมื่อเทียบการขยายตัวของตลาดแอลซีดี ที่โตอย่างต่อเนื่อง เอชพี ต้องมองหากลุ่มตลาดใหม่และเน้นเฉพาะกลุ่ม (Nich Market) มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ตลาดในกลุ่มนี้เจ้าตลาดหลัก คือ แมค จากค่ายแอปเปิล ถือเป็นเครื่องที่ครองใจกลุ่มแอนิเมชัน และกลุ่มกราฟฟิกดีไซน์

Credit : @ ARip.co.th

edit @ 5 Aug 2008 15:00:09 by MaxKung

Mouse brain waves ผลิตภันฑ์สุดเจ๋งจากบริษัท OCZ Technology ที่ใช้หลักการของคลื่นสมองมาควบคุมการทำงานที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งมันก็คลายๆ กับเมาส์ที่เราใช้นี่แหละครับ แต่ทว่าใช้ความคิดในการควบคุมการทำงานแทน ซึ่งตอนต้นปีนั้นก็มีการสาธิตไปแล้วในงาน Computech แหละ…ตอนนี้มันออกมาวางจำหน่ายแล้วครับในราคา 24,800 เยน (ประมาณ 8,000 บาท) ใครสนใจก็สั่งซื้อมาเล่นก่อนได้ที่ญี่ปุ่นครับ

ตัวเมาส์ต้องคาดที่หัวแบบนี้ครับ

สาธิตการใช้งาน

อุปกรณ์มีเพียงแค่นี้เองครับ

Credit : @ Hardware.ARip.co.th

“Larrabee” เป็นผลพลอยได้จากการพัฒนาของวงการทหารที่ได้หยิบเอาเทคโนโลยีในการผลิตซีพียูของอินเทลไปพัฒนาต่อเพื่อใช้ในวงการทหารเอง และเมื่อมันลดบทบาทลง อินเทลก็ได้หยิบเอาเทคโนโลยีที่กองทัพไม่ได้สนใจแล้วมาพัฒนาต่ออีก เพื่อนำมาประยุคใช้กับชิปกราฟิกรุ่นใหม่ของตนในชื่อเทคโนโลยี “Larrabee” นั่นเองครับ

Larrabee นั้นจะทำงานคลายๆ เซลซีพียูหลายๆ ตัวประมวผลข้อมูล ด้านกราฟิก ซึ่งมันจะดีกว่าที่กินไฟน้อย แถมยังทำงานคล้ายๆ ซีพียูแบบหลายๆ คอร์ ที่สำคัญผู้พัฒนาเกมเองก็ไม่ต้องไปเรียนรู้การเขียนเกมแบบใหม่เพราะ Larrabee นั้นรองรับกับโค๊ตเดิมแบบ DirecX และ OpenGL อยู่แล้วนั่นเองครับ.

ทั้งนี้อินเทลเผยต่ออีกว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะเริ่มนำมาใช้กับชิปกราฟิกของตนในปีหน้านี้เพื่อแย่งชิงตลาดชิปกราฟิกให้ได้มากที่สุด ถึงแม้จะมีคู่แข่งอย่าง nVidia แต่ทว่าก็ยังคงทิ้งกันอีกหลายขุม เนื่องจากในขณะนี้ nVidia กำลังพบปัญหาหลายอย่าง ตั้งแต่ปัญหาเรื่องการทำงานผิดพลาดของชิปกราฟิก จนไปถึงปัญหาภายในเองครับ

Credit : @ Hardware.ARip.co.th